ทดลอง เคลือบผิวไม้สำหรับภาชนะสัมผัสอาหาร

เวลาพูดถึงการเคลือบผิวไม้ให้อยู่ในสภาพที่ดี นั้นมีเขียนถึงโดยทั่วไป แต่ครั้นจะหาข้อมูลสำหรับการเคลือบผิวไม้ สำหรับภาชนะที่ต้องสัมผัสอาหาร เช่น ตะหลิว เขียง ถ้วยสลัด จาน ชามแบบไม้ กลับไม่มีข้อมูลที่เป็นภาษาไทยเลย

เลยไปทำการศึกษาหาวิธีมา ซึ่งก็พอจะรู้ว่าต้องใช้ 1. ขี้ผึ้ง 2. น้ำมันธรรมชาติ

ขี้ผึ้งที่ใช้ จะใช้เป็น ขี้ผึ้งจากธรรมชาติจริงๆ (Beeswax) ไม่ใช่ขี้ผึ้งที่เกิดจากการกลั่นปิโตรเลียม (Paraffin) ซึ่งส่วนใหญ่จะมีแค่เกรดเครื่องสำอาง ก็เลยเกิดข้อสงสัยมาว่า แล้วมันไม่มี Food Grade หรืออย่างไร ก็ไปเจอข้อมูลอันนี้ ซึ่งจริงๆ แล้วตัวขี้ผึ้งเอง มันสามารถเข้าสู่ระบบทางเดินอาหารได้อย่างปลอดภัย (แต่ไม่ได้หาต่อว่าปริมาณเท่าไหร่) ขี้ผึ้งเอง ก็สามารถใช้เคลือบอาหาร เพื่อให้มีอายุที่ยาวนานขึ้น เป็นการถนอมอาหารแบบหนึ่ง

น้ำมันธรรมชาติ ที่แนะนำกันหลักๆ ก็จะแนะนำให้ใช้น้ำมันมะกอกและน้ำมันมะพร้าว ถ้าต่างประเทศก็จะแนะนำน้ำมันมะกอกกันมากกว่า ซึ่งผมเองยังไม่ได้ลองว่า เป็นยังไง

ด้านสูตรการผสม จริงๆ ต่างประเทศก็จะมีขายครีมทาไม้เลย แต่เมืองไทยไม่มีขาย

ขี้ผึ้งสำหรับเคลือบไม้ยี่ห้อเดียวที่เห็นในไทยคือ HG Beeswax แต่มันเอาไว้เคลือบเฟอร์นิเจอร์ไม้ ซึ่งมีการผสมสารอย่างอื่นเข้าไปด้วย ถ้าหากดูข้างขวดแล้วก็คำเตือน ก็ดูจะไม่น่าสามารถนำมาใช้ทาผิวไม้ที่สัมผัสอาหารได้

ดังนั้น ทางเลือกสุดท้ายก็เลยผสมเองซะเลย ในตอนนี้กล่าวถึงการทดลองการผสมขี้ผึ้ง 3 แบบ

วัตถุดิบที่ใช้ในการทดลอง

  1. ขี้ผึ้งแท้ 100% เกรด Cosmetic
  2. น้ำมันมะพร้าวผ่านกรรมวิธี สำหรับปรุงอาหาร

สูตรที่ 1 (สูตรที่ไปเจอใน DIY เว็บไซต์ต่างประเทศ) ส่วนผสมได้แก่ น้ำมันมะพร้าว 3 ส่วน ขี้ผึ้ง 1 ส่วน ในการทดสอบ ผมใช้หน่วยผสมเป็นกรัม จะได้กะง่ายหน่อย คือ ใช้น้ำมันมะพร้าว 15 กรัม ขี้ผึ้ง 5 กรัม เอามาใส่ถ้วยแล้วก็เอาไปต้มหล่อด้านข้างด้วยน้ำร้อนจนละลายแล้วก็เอาขึ้นใส่ถ้วย

สูตรที่ 2 เจอสักคนนึงแนะนำเช่นเดียวกัน ได้แก่ น้ำมันมะพร้าว 6 ส่วน ขี้ผึ้ง 1 ส่วน

สูตรสุดท้าย ผมลองเอง อยากรู้ความแตกต่าง คือ น้ำมันมะพร้าว 2 ส่วน ขี้ผึ้ง 1 ส่วน

ใส่ขี้ผึ้งและน้ำมันมะพร้าวลงไป หล่อด้วยน้ำเดือดด้านนอก

ผลการทดลอง

สูตรที่ 1 มีความหนืดและลื่นในเวลาเดียวกัน สัมผัสดูเหนอะหนะมากกว่าที่คิด

สูตรที่ 2 จะมีความเป็นน้ำสูงสุด เวลาสัมผัสจะรู้สึกลื่นและมีอนุภาคน้ำมันติดมือ มีความเงา และสีของเนื้อไม้คมชัดขึ้นมา

สูตรที่ 3 หนืดสูงสุด แต่ก็ดูมีความเป็นขี้ผึ้งที่ผสมอยู่บนเนื้อไม้แน่นๆ โดยรวม ชอบสูตรที่ 3 มากสุดในตอนนี้

เดาว่า อาจจะเป็นเพราะบ้านเราอาการร้อน ถ้าใช้ Base ที่เป็นขี้ผึ้งเข็มข้น แม้อากาศร้อน มันก็ยังคงสภาพผิวไว้ ในขณะที่ ถ้าเป็นน้ำมันมะพร้าว ถ้าอากาศบ้านเรามันจะไม่เป็นไข แบบในเมืองหนาวที่อุณหภูมิต่ำกว่า 25c

ภาพนี้เคลือบด้วยสูตรสอง หลังจากรอครึ่งชั่วโมงและเช็ดคราบมันออก

โน๊ตปิดท้าย

คลิปในยูทูปบางอันก็ให้ใช้ Beeswax กับ Mineral Oil แต่เราไม่เลือกใช้ เพราะว่า Mineral Oil ก็เป็นสารสกัดได้จากปิโตรเลียมเช่นเดียวกัน แม้ว่า Mineral Oil จะใช้เป็นสารกักเก็บความชุ่มชื้น แต่ผมแพ้ลิปมันที่เบสมาจากปิโตรเลียม การกินเข้าไปคงจะไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่

ส่วนเกรดของ Beeswax เท่าที่ดูรายละเอียด ของแต่ละประเทศมันจะไม่เหมือนกัน ไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมตรงจุดนี้ รู้แต่ว่า บางที่ก็อาจจะกลายเป็นเกรดอาหารและยาไปเลย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *